คุณภาพยังคงเป็นที่จดจำกันได้นาน
หลังจากที่ลืมราคากันไปแล้ว...ถ้าสนใจสะสมนำโชดเช่าใหม่ให้เป็นสิริมงคลแก่ตัวและครอบครัว..สอบถามยินดีต้อนรับทุกท่าน..มีของจริงให้ชม


 

สถิติ
เปิดเมื่อ13/11/2011
อัพเดท2/02/2012
ผู้เข้าชม9413
แสดงหน้า21170
ปฎิทิน
May 2012
Sun Mon Tue Wed Thu Fri Sat
  
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
  
สมาชิก

สมัครสมาชิก | ลืมรหัสผ่าน
พระปิลันท์พิมพิ์ซุ้มประตูวัดระฆัง/เหลี่ยมทอง/เก่ากรุแต่สวยมีตำหนิแท้ เปิดเช่า 260,000.00 บ.
แบ่งปันให้เพื่อน เมื่อ 22/01/2012 อ่าน 1406 | ตอบ 7

ประวัติพระพุทธบาทปิลันทน์
   พระสมเด็จปิลันทน์ วัดระฆัง
พระสมเด็จปิลันทน์ วัดระฆัง เป็นพระเนื้อผงใบลานเผาส่วนใหญ่เนื้อออกสีเทาๆ พระสมเด็จปิลันทน์ ถ้าจะเรียกให้ถูกต้องก็คือ 'พระสมเด็จพระพุทธุปบาทปิลันทน์'สร้างโดยหม่อมเจ้าสมเด็จพระพุฒาจารย์ ทัด เสนีวงศ์ สวัสดีครับ ท่านผู้อ่านที่รักทุกท่าน วันนี้เราก็มาคุยกันถึงพระเนื้อผงแบบพระสมเด็จฯ กันต่อ พระสมเด็จฯ ที่ผมจะพูดถึงในวันนี้ก็คือ พระสมเด็จปิลันทน์ ซึ่งเป็นพระของวัดระฆังฯ ที่มีการสร้างยาวนานอีกองค์หนึ่งครับ หม่อมเจ้าพระสมเด็จพระพุฒาจารย์ ทัด เสนีวงศ์ เป็นเจ้าวังหลัง และทรงอุปสมบทเป็นนาคหลวงที่วัดพระศรีรัตนศาสดาราม เจ้าประคุณสมเด็จฯ เป็นพระกรรมวาจาจารย์ ประทับอยู่ที่วัดระฆังฯ และศึกษาพระบาลีปริยัติธรรมกับ เจ้าประคุณสมเด็จฯ โดยตรงมาตั้งแต่ต้นจนได้เปรียญ 7 ประโยค และเป็นศิษย์ที่ทรงสมณศักดิ์สูงที่สุดของเจ้าประคุณสมเด็จฯ อีกด้วย ต่อมาได้รับพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ทรงสมณศักดิ์ที่ หม่อมเจ้าพระพุทธุปบาทปิลันทน์ในรัชกาลที่ 4 อันเป็นสมณศักดิ์ที่ทรงพระราชทานถวายเฉพาะ แด่พระเถระที่เป็นพระราชวงศ์เท่านั้น และทรงสมณศักดิ์สุดท้ายเป็นสมเด็จพระราชาคณะที่ หม่อมเจ้าพระสมเด็จพระพุฒาจารย์ แล้วโปรดให้ไปครองวัดเชตุพนฯ
พระสมเด็จปิลันทน์ วัดระฆังถ้าจะเรียกให้ถูกต้องเต็มความก็คือ พระสมเด็จพระพุทธุปบาทปิลันทน์ สร้างโดยหม่อมเจ้าสมเด็จพระพุฒาจารย์ ทัด เสนีวงศ์ ในสมัยที่ท่านดำรงสมณศักดิ์ที่ หม่อมเจ้าพระพุทธุปบาทปิลันทน์ ณ วัดระฆังฯ ท่านทรงเป็นศิษย์เอกของเจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ โต พรหมรังสี นับตั้งแต่ทรงช่วยเจ้าประคุณสมเด็จฯ สร้างพระสมเด็จฯ เป็นต้นมา และได้ทรงสร้างพระเครื่องฯ ของท่านขึ้นมาบ้างในปีพ.ศ. 2411 ภายหลังจากที่เจ้าประคุณสมเด็จฯ ได้สร้างพระสมเด็จฯ มาแล้ว 2 ปี แต่มิได้ทรงสร้างโดยลำพังพระองค์เดียว หากอาราธนาให้เจ้าประคุณสมเด็จฯ ร่วมสร้างด้วย และขอผงวิเศษห้าประการของเจ้าประคุณสมเด็จฯ มาเป็นอิทธิวัตถุผสมเป็นหลักของมวลสาร ดังนั้น พระเครื่องฯ ชนิดนี้คนรุ่นเก่าๆ ที่ทราบประวัติการสร้างจึงนิยมเรียกว่า 'พระสองสมเด็จฯ' แต่นักนิยมพระเครื่องทั่วๆไปนิยมเรียกว่า 'พระสมเด็จปิลันทน์' เมื่อเจ้าประคุณสมเด็จฯ สิ้นแล้วท่านจึงได้บรรจุพระเครื่องฯ เหล่านี้ไว้ในพระเจดีย์องค์หนึ่ง ซึ่งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของพระอุโบสถ โดยอุทิศส่วนกุศลถวายเจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ โต พรหมรังสี ผู้เป็นพระอาจารย์
ความคิดเห็น :
1
อ้างอิง

นพร กรุงเทพ
ผมคงไม่มีบุญได้หลวงพ่อพระพุทธบาทปิลันท์มาขี้นคอและมีไว้เป็นสิริมงคลครับ ดูจากภาพสวยงามมากและมองดูมีบารมีพุทธคุณในตัวขอบคุณมากครับที่ได้นำรูปขององค์พระมาลง ส่วนมากที่ผมเห็นเก๋มากๆเลย ไม่ว่าเป็นของคนที่อ้างว่าเซียนพระครับ หากมีบุญผมคงได้นำมาขึ้นคอเพราะราคา...เช่าซื้อหา
 
นพร กรุงเทพ [125.26.123.xxx] เมื่อ 9/01/2012 18:25
2
อ้างอิง

ผู้สนใจ
พระปิลันทน์ วัดระฆัง เป็นผลงานการสร้างของ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (ทัด เสนีวงศ์) สมัยดำรงสมณศักดิ์ที่ พระพุทธบาทปิลันทน์ โดยได้รับความเมตตาจาก สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) ทั้งในเรื่องของผงพุทธคุณอันศักดิ์สิทธิ์ และ การปลุกเสก เพราะฉะนั้น ถ้าหากใครไม่มี พระสมเด็จ ของ สมเด็จฯ โต ก็ให้หา พระปิลันทน์ นี้ไปใช้แทนได้เลย สมัยก่อน พระปิลันทน์ ราคาไม่แพงนัก ต่อมาคนที่รู้ว่า สมเด็จฯ โต ปลุกเสกให้ด้วย มีจำนวนมากขึ้น ทำให้ พระปิลันทน์ ราคาแพงขึ้นเรื่อยๆ จนกลายเป็นพระหลักหมื่นหลักแสนไปทันที **

พระปิลันทน์ มีพิมพ์ต่างๆ กว่า ๒๐ พิมพ์ ที่นิยมสูงสุดคือ พิมพ์ซุ้มประตู ที่เห็นนี่แหละ เพราะพิมพ์ทรงองค์พระออกแบบได้งดงามอลังการมาก ไม่เหมือนกับพระพิมพ์อื่นๆ ที่เห็นโดยทั่วไป แสดงให้เห็นว่า พระปิลันทน์ ทุกพิมพ์เป็นฝีมือการออกแบบของ ช่างหลวง อย่างแท้จริง เพราะผู้สร้างเป็นเจ้านายชั้นสูงอยู่แล้ว ** พระปิลันทน์ เป็นพระเนื้อผง ส่วนมากจะมีสีเทา บางองค์เป็นแบบผงใบลาน และที่เป็นสีขาวแบบ พระสมเด็จฯ โต ก็มี **

พระปิลันทน์ มีทั้งแบบฝังกรุ และไม่ฝังกรุ ในส่วนของพระฝังกรุ จะมี คราบกรุ จับบนผิวองค์พระหนาบางไม่เท่ากัน ที่เป็นหย่อมๆ ก็มี คราบกรุ จะเป็นสีขาวนวล สีขาวหม่น และสีน้ำตาล อ่อนบ้างแก่บ้าง บางคนเรียกคราบกรุนี้ว่า ไข คล้ายกับ ไขวัว พระองค์ใดมี ไข ที่ว่านี้จะทำให้ดูง่ายยิ่งขึ้น **

                               ชอบและติดใจพระองค์นี้คราบกรุไขวัวเป็นจุด จุด อยากชมด้านหลังขององค์พระครับ 
 
ผู้สนใจ [125.26.123.xxx] เมื่อ 10/01/2012 05:11
3
อ้างอิง

เพิ่มเติมเพราะศัทธา
 พระปิลันทน์ วัดระฆัง  ผู้สร้างคือ 'พระพุทธบาทปิลันทน์' ซึ่งต่อมาได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็น 'สมเด็จพระพุฒาจารย์' มีพระนามเดิมว่า 'หม่อมเจ้าทัด เสนีย์วงศ์' เป็นพระโอรสใน กรมหลวงเสนีย์บริรักษ์ ( พระองค์เจ้าแดง ) ใน กรมพระราชวังบวรสถานภิมุข ( วังหลัง ) ประสูติเมื่อปี พ.ศ. ๒๓๖๔ ในสมัยรัชกาลที่ ๒  หม่อมเจ้าพระสมเด็จพระพุฒาจารย์ ทัด เสนีวงศ์ เป็นเจ้าวังหลัง และทรงอุปสมบทเป็นนาคหลวงที่วัดพระศรีรัตนศาสดาราม เมื่อปี พ.ศ.๒๓๘๕  เจ้าประคุณสมเด็จฯ เป็นพระกรรมวาจาจารย์ ประทับอยู่ที่วัดระฆังฯ และศึกษาพระบาลีปริยัติธรรมกับ เจ้าประคุณสมเด็จฯ โดยตรงมาตั้งแต่ต้นจนได้เปรียญ ๗ ประโยค และเป็นศิษย์ที่ทรงสมณศักดิ์สูงที่สุดของเจ้าประคุณสมเด็จฯ อีกด้วย  ต่อมาได้รับพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ทรงสมณศักดิ์ที่ หม่อมเจ้าพระพุทธุปบาทปิลันทน์ในรัชกาลที่ ๔ อันเป็นสมณศักดิ์ที่ทรงพระราชทานถวายเฉพาะ แด่พระเถระที่เป็นพระราชวงศ์เท่านั้น และทรงสมณศักดิ์สุดท้ายเป็นสมเด็จพระราชาคณะที่ หม่อมเจ้าพระสมเด็จพระพุฒาจารย์ แล้วโปรดให้ไปครองวัดเชตุพนฯ  ต่อมาปี พ.ศ.๒๔๑๓ ได้เป็นเจ้าอาวาสวัดระฆังฯ แทน สมเด็จพระพุฒาจารย์ ( โต พรหมรังสี ) ซึ่งชราภาพแล้ว สมเด็จพระพุฒาจารย์ (ทัด) มรณภาพวันอาทิตย์ที่ ๑๐ มิถุนายน พ.ศ.๒๔๔๓  รวมสิริอายุ  ๗๙ปี ๕๘ พรรษา
        หม่อมเจ้าพระพุทธบาทปิลันทน์  ท่านทรงเป็นศิษย์เอกของเจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ โต พรหมรังสี  ซึ่งท่านได้มีส่วนร่วมในการสร้างพระสมเด็จวัดระฆัง ของเจ้าประคุณสมเด็จฯ  และท่านก็ได้สร้างพระสมเด็จฯ เป็นต้นมา และได้ทรงสร้างพระเครื่องฯ ของท่านขึ้นมาบ้าง  แต่เนื่องจากสมัยก่อนศิษย์มีความเคารพต่ออาจารย์เป็นอย่างยิ่ง  ไม่มีใครคิดทาบรอยเท้าอาจารย์  ทำให้พระสมเด็จปิลันทน์ มีแบบพิมพ์พระที่ไม่เหมือนของอาจารย์ท่านเลยแม้แต่พิมพ์เดียว  การสร้างพระเครื่องสมเด็จพระปิลันทน์ สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในช่วงปี พ.ศ.๒๔๐๗ ขณะดำรงสมณศักดิ์ที่ 'พระพุทธบาทปิลันทน์'  แต่บางข้อมูลก็บอกว่า ท่านสร้างพระเครื่องในปีพ.ศ. ๒๔๑๑ ภายหลังจากที่เจ้าประคุณสมเด็จฯ ได้สร้างพระสมเด็จ มาแล้ว 2 ปี  แต่มิได้ทรงสร้างโดยลำพังพระองค์เดียว หากอาราธนาให้เจ้าประคุณสมเด็จฯ ร่วมสร้างด้วย และขอผงวิเศษห้าประการของเจ้าประคุณสมเด็จฯ มาเป็นอิทธิวัตถุผสมเป็นหลักของมวลสาร  ในช่วงเวลาดังกล่าว สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต) ยังมีชีวิตอยู่ จึงสันนิษฐานว่า เจ้าพระคุณสมเด็จฯ โต จะแผ่เมตตาประกอบพิธีปลุกเสกให้ด้วย  ดังนั้น พระเครื่องฯ ชนิดนี้คนรุ่นเก่าๆ ที่ทราบประวัติการสร้างจึงนิยมเรียกว่า 'พระสองสมเด็จฯ' แต่นักนิยมพระเครื่องทั่วๆ ไปนิยมเรียกว่า 'พระสมเด็จปิลันทน์' เมื่อเจ้าประคุณสมเด็จฯ สิ้นแล้วท่านจึงได้บรรจุพระเครื่องฯ เหล่านี้ไว้ในพระเจดีย์องค์หนึ่ง ซึ่งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของพระอุโบสถ โดยอุทิศส่วนกุศลถวายเจ้าประคุณสมเด็จฯ ผู้เป็นพระอาจารย์  ( บางท่านก็บอกว่าสร้างเมื่อประมาณปีพ.ศ. ๒๔๓๕ )พระสมเด็จปิลันทน์ มีหลายพิมพ์ ล้วนแล้วแต่เป็นฝีมือการแกะแม่พิมพ์ของช่างหลวงทั้งสิ้น  เพราะแต่ละพิมพ์ล้วนมีความงดงามวิจิตรอลังการ  ยากที่ช่างฝีมือชาวบ้านธรรมดาจะทำได้    พระสมเด็จปิลันทน์ เป็นพระเนื้อผงใบลานเผา เนื้อออกสีเทาๆ เป็นส่วนใหญ่ ที่ออกเป็นสีดำก็มีบ้าง และมีเนื้อออกสีขาวอมเหลืองก็มีแต่เป็นส่วนน้อย พระสมเด็จปิลันทน์นั้น มีทั้งแบบฝังกรุ และไม่ฝังกรุ ในส่วนของพระฝังกรุ จะมี คราบกรุ จับบนผิวองค์พระหนาบางไม่เท่ากัน ที่เป็นหย่อมๆ ก็มี  คราบกรุจะเป็นสีขาวนวล สีขาวหม่น และสีน้ำตาล อ่อนบ้างแก่บ้าง บางคนเรียกคราบกรุนี้ว่า “ไข” คล้ายกับ ไขวัว พระองค์ใดมี ไข ที่ว่านี้จะทำให้ดูง่ายยิ่งขึ้น  คราบไขนี้จะแข็งมากซึ่งทำให้ง่ายต่อการพิจารณา  ในพระปลอมไขขาวจะหลุดล่อนง่าย  พระบางส่วนถูกแจกออกไปก่อนที่จะได้บรรจุกรุ  ทำให้พระส่วนนี้จะไม่ปรากฏคราบกรุและคราบไข จะมีบ้างก็น้อยมากเป็นเพียงคราบบางๆ  แต่พระส่วนใหญ่เป็นพระที่ถูกบรรจุไว้ในกรุ  การเปิดกรุ พระเจดีย์กรุพระสมเด็จปิลันทน์ ถูกลักเจาะครั้งแรกในปี พ.ศ.๒๔๗๑ โดยคนร้ายได้พระไปเป็นส่วนน้อย และทางวัดได้ซ่อมอุดช่องเสีย ต่อมาปีก่อนที่จะเกิดกรณีพิพาทอินโดจีนเล็กน้อย กรุนี้ก็ถูกลักเจาะอีก เมื่อกรุแตกมีคนนำพระมาให้พระธรรมถาวร ช่วงพิจารณา ท่านก็จำได้ว่าเป็นพระของหม่อมเจ้าพระพุฒาจารย์ทัด สมัยยังดำรงสมณศักดิ์เป็นหม่อมเจ้าพระพุทธุปบาทปิลันทน์ ได้ทรงสร้างไว้ ทางวัดจึงได้นำพระสมเด็จปิลันทน์ พระเครื่องบางส่วนบรรจุในถุงผ้าดิบส่งมอบให้กระทรวงกลาโหมเพื่อแจกทหารออกศึกตามที่ทางราชการขอมา        พระปิลันทน์เป็นพระที่มีพิมพ์จำนวนมาก แต่จำแนกตามพิมพ์ที่นิยมกันได้ดังนี้
                      1. พระพิมพ์ซุ้มประตู
                      2. พระพิมพ์ครอบแก้วใหญ่
                      3. พระพิมพ์สี่เหลี่ยมปรกโพธิ์
                      4. พระพิมพ์เปลวเพลิงใหญ่
                      5. พระพิมพ์เปลวเพลิงเล็ก
                      6. พระพิมพ์ครอบแก้วเล็ก
                      7. พระพิมพ์สี่เหลี่ยมปรกโพธิ์เล็ก
                      8. พระพิมพ์สี่เหลี่ยมปรกโพธิ์เล็ก ครอบแก้ว
                      9. พระพิมพ์ประทานพร หรือปฐมเทศนา
                    10. พระพิมพ์โมคคัลลาน์ - สารีบุตร
                    11. พระพิมพ์ฐานสามชั้น ซุ้มสามเส้น พระสมเด็จปิลันทน์นับเป็นพระยอดนิยมของวงการพระเครื่อง ถูกบรรจุอยู่ในรายการประกวดพระเครื่องประเภทเนื้อผงยอดนิยมทุกงาน ปัจจุบัน พระสมเด็จ วัดระฆัง ที่สร้างโดย สมเด็จพระพุฒาจารย์ ( โต ) เป็นของที่หาได้ยากยิ่ง และมีสนนราคาแพงมาก องค์ละหลายแสนหลายล้านบาท ผู้ที่ไม่สามารถหา พระสมเด็จฯ ( โต ) ได้ก็มักจะหันมาใช้ พระสมเด็จปิลันทน์ แทน เพราะเป็นพระเครื่องที่ สมเด็จฯ โต ปลุกเสกเหมือนกัน พุทธคุณจึงไม่น่าแตกต่างกันมากนัก แต่สนนราคาก็ถูกกว่ากันมากในสมัยก่อน พระปิลันทน์ ราคาไม่แพงนัก  แต่มาชั่วโมงนี้พระปิลันทน์ได้ปรับราคาสูงขึ้นไปมาก  และไม่มีของหมุนเวียนในสนามมากนัก  เท่าที่เห็นก็มีแต่สภาพผ่านการใช้ แถมราคาก็หลักพันปลาย และ หมื่นกว่า  ถ้าสวยๆ ก็หลายหมื่น(พิมพ์ปรกโพธิ์)  และเป็นแสน (พิมพ์ซุ้มประตู)  ถ้านับอายุการสร้างถึงวันนี้ก็เกิน 100ปีไปแล้ว นับเป็นวัตถุโบราณได้เลย  ไม่ว่าพระสมเด็จปิลันทน์ จะผ่านการปลุกเศกจากสมเด็จพุฒาจารย์(โต) หรือไม่ก็ตาม  กระผมก็ยังคิดว่า เป็นพระเครื่องรุ่นเก่าที่น่าบูชาเป็นอย่างมาก  ด้วยเป็นหน่อเนื้อเชื้อสายของวัดระฆัง  ที่สมบูรณ์พร้อมไปด้วยเจตนการสร้าง , มวลสาร และ สมณศักดิ์ของผู้สร้าง  อีกทั้งทางด้านพุทธคุณที่ครบเครื่อง ทั้งเมตตา แคล้วคลาด อุดมลาภ และคงกระพันที่เชื่อได้ ซึ่งพบได้น้อยมากในพระเนื้อผง เห็นไหมครับว่าพระสมเด็จปิลันทน์นั้นดีและมีความเป็นมาอย่างไร ถ้าเราหาพระสมเด็จฯ ของวัดระฆังฯ หรือบางขุนพรหมที่เจ้าประคุณสมเด็จฯ ท่านสร้างไว้ไม่ได้ เราก็ยังมีโอกาสที่จะได้บูชาพระที่มีส่วนผสมมวลสารของเจ้าประคุณสมเด็จฯ และท่านมีส่วนช่วยสร้างด้วย นั่นก็คือพระสมเด็จปิลันทน์ ซึ่งมีด้วยกันหลายพิมพ์ สำหรับผู้ที่เบี้ยน้อยหอยน้อยก็หาพิมพ์ที่ยังไม่แพงมาก เช่น พิมพ์ปรกโพธิ์กรอบกระจกหรือพิมพ์ครอบแก้วเล็ก เป็นต้น
พระปิลันทน์ วัดระฆัง  ผู้สร้างคือ 'พระพุทธบาทปิลันทน์' ซึ่งต่อมาได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็น 'สมเด็จพระพุฒาจารย์' มีพระนามเดิมว่า 'หม่อมเจ้าทัด เสนีย์วงศ์' เป็นพระโอรสใน กรมหลวงเสนีย์บริรักษ์ ( พระองค์เจ้าแดง ) ใน กรมพระราชวังบวรสถานภิมุข ( วังหลัง ) ประสูติเมื่อปี พ.ศ. ๒๓๖๔ ในสมัยรัชกาลที่ ๒  หม่อมเจ้าพระสมเด็จพระพุฒาจารย์ ทัด เสนีวงศ์ เป็นเจ้าวังหลัง และทรงอุปสมบทเป็นนาคหลวงที่วัดพระศรีรัตนศาสดาราม เมื่อปี พ.ศ.๒๓๘๕  เจ้าประคุณสมเด็จฯ เป็นพระกรรมวาจาจารย์ ประทับอยู่ที่วัดระฆังฯ และศึกษาพระบาลีปริยัติธรรมกับ เจ้าประคุณสมเด็จฯ โดยตรงมาตั้งแต่ต้นจนได้เปรียญ ๗ ประโยค และเป็นศิษย์ที่ทรงสมณศักดิ์สูงที่สุดของเจ้าประคุณสมเด็จฯ อีกด้วย  ต่อมาได้รับพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ทรงสมณศักดิ์ที่ หม่อมเจ้าพระพุทธุปบาทปิลันทน์ในรัชกาลที่ ๔ อันเป็นสมณศักดิ์ที่ทรงพระราชทานถวายเฉพาะ แด่พระเถระที่เป็นพระราชวงศ์เท่านั้น และทรงสมณศักดิ์สุดท้ายเป็นสมเด็จพระราชาคณะที่ หม่อมเจ้าพระสมเด็จพระพุฒาจารย์ แล้วโปรดให้ไปครองวัดเชตุพนฯ  ต่อมาปี พ.ศ.๒๔๑๓ ได้เป็นเจ้าอาวาสวัดระฆังฯ แทน สมเด็จพระพุฒาจารย์ ( โต พรหมรังสี ) ซึ่งชราภาพแล้ว สมเด็จพระพุฒาจารย์ (ทัด) มรณภาพวันอาทิตย์ที่ ๑๐ มิถุนายน พ.ศ.๒๔๔๓  รวมสิริอายุ  ๗๙ปี ๕๘ พรรษา
        หม่อมเจ้าพระพุทธบาทปิลันทน์  ท่านทรงเป็นศิษย์เอกของเจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ โต พรหมรังสี  ซึ่งท่านได้มีส่วนร่วมในการสร้างพระสมเด็จวัดระฆัง ของเจ้าประคุณสมเด็จฯ  และท่านก็ได้สร้างพระสมเด็จฯ เป็นต้นมา และได้ทรงสร้างพระเครื่องฯ ของท่านขึ้นมาบ้าง  แต่เนื่องจากสมัยก่อนศิษย์มีความเคารพต่ออาจารย์เป็นอย่างยิ่ง  ไม่มีใครคิดทาบรอยเท้าอาจารย์  ทำให้พระสมเด็จปิลันทน์ มีแบบพิมพ์พระที่ไม่เหมือนของอาจารย์ท่านเลยแม้แต่พิมพ์เดียว  การสร้างพระเครื่องสมเด็จพระปิลันทน์ สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในช่วงปี พ.ศ.๒๔๐๗ ขณะดำรงสมณศักดิ์ที่ 'พระพุทธบาทปิลันทน์'  แต่บางข้อมูลก็บอกว่า ท่านสร้างพระเครื่องในปีพ.ศ. ๒๔๑๑ ภายหลังจากที่เจ้าประคุณสมเด็จฯ ได้สร้างพระสมเด็จ มาแล้ว 2 ปี  แต่มิได้ทรงสร้างโดยลำพังพระองค์เดียว หากอาราธนาให้เจ้าประคุณสมเด็จฯ ร่วมสร้างด้วย และขอผงวิเศษห้าประการของเจ้าประคุณสมเด็จฯ มาเป็นอิทธิวัตถุผสมเป็นหลักของมวลสาร  ในช่วงเวลาดังกล่าว สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต) ยังมีชีวิตอยู่ จึงสันนิษฐานว่า เจ้าพระคุณสมเด็จฯ โต จะแผ่เมตตาประกอบพิธีปลุกเสกให้ด้วย  ดังนั้น พระเครื่องฯ ชนิดนี้คนรุ่นเก่าๆ ที่ทราบประวัติการสร้างจึงนิยมเรียกว่า 'พระสองสมเด็จฯ' แต่นักนิยมพระเครื่องทั่วๆ ไปนิยมเรียกว่า 'พระสมเด็จปิลันทน์' เมื่อเจ้าประคุณสมเด็จฯ สิ้นแล้วท่านจึงได้บรรจุพระเครื่องฯ เหล่านี้ไว้ในพระเจดีย์องค์หนึ่ง ซึ่งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของพระอุโบสถ โดยอุทิศส่วนกุศลถวายเจ้าประคุณสมเด็จฯ ผู้เป็นพระอาจารย์  ( บางท่านก็บอกว่าสร้างเมื่อประมาณปีพ.ศ. ๒๔๓๕ )พระสมเด็จปิลันทน์ มีหลายพิมพ์ ล้วนแล้วแต่เป็นฝีมือการแกะแม่พิมพ์ของช่างหลวงทั้งสิ้น  เพราะแต่ละพิมพ์ล้วนมีความงดงามวิจิตรอลังการ  ยากที่ช่างฝีมือชาวบ้านธรรมดาจะทำได้    พระสมเด็จปิลันทน์ เป็นพระเนื้อผงใบลานเผา เนื้อออกสีเทาๆ เป็นส่วนใหญ่ ที่ออกเป็นสีดำก็มีบ้าง และมีเนื้อออกสีขาวอมเหลืองก็มีแต่เป็นส่วนน้อย พระสมเด็จปิลันทน์นั้น มีทั้งแบบฝังกรุ และไม่ฝังกรุ ในส่วนของพระฝังกรุ จะมี คราบกรุ จับบนผิวองค์พระหนาบางไม่เท่ากัน ที่เป็นหย่อมๆ ก็มี  คราบกรุจะเป็นสีขาวนวล สีขาวหม่น และสีน้ำตาล อ่อนบ้างแก่บ้าง บางคนเรียกคราบกรุนี้ว่า “ไข” คล้ายกับ ไขวัว พระองค์ใดมี ไข ที่ว่านี้จะทำให้ดูง่ายยิ่งขึ้น  คราบไขนี้จะแข็งมากซึ่งทำให้ง่ายต่อการพิจารณา  ในพระปลอมไขขาวจะหลุดล่อนง่าย  พระบางส่วนถูกแจกออกไปก่อนที่จะได้บรรจุกรุ  ทำให้พระส่วนนี้จะไม่ปรากฏคราบกรุและคราบไข จะมีบ้างก็น้อยมากเป็นเพียงคราบบางๆ  แต่พระส่วนใหญ่เป็นพระที่ถูกบรรจุไว้ในกรุ  การเปิดกรุ พระเจดีย์กรุพระสมเด็จปิลันทน์ ถูกลักเจาะครั้งแรกในปี พ.ศ.๒๔๗๑ โดยคนร้ายได้พระไปเป็นส่วนน้อย และทางวัดได้ซ่อมอุดช่องเสีย ต่อมาปีก่อนที่จะเกิดกรณีพิพาทอินโดจีนเล็กน้อย กรุนี้ก็ถูกลักเจาะอีก เมื่อกรุแตกมีคนนำพระมาให้พระธรรมถาวร ช่วงพิจารณา ท่านก็จำได้ว่าเป็นพระของหม่อมเจ้าพระพุฒาจารย์ทัด สมัยยังดำรงสมณศักดิ์เป็นหม่อมเจ้าพระพุทธุปบาทปิลันทน์ ได้ทรงสร้างไว้ ทางวัดจึงได้นำพระสมเด็จปิลันทน์ พระเครื่องบางส่วนบรรจุในถุงผ้าดิบส่งมอบให้กระทรวงกลาโหมเพื่อแจกทหารออกศึกตามที่ทางราชการขอมา        พระปิลันทน์เป็นพระที่มีพิมพ์จำนวนมาก แต่จำแนกตามพิมพ์ที่นิยมกันได้ดังนี้
                      1. พระพิมพ์ซุ้มประตู
                      2. พระพิมพ์ครอบแก้วใหญ่
                      3. พระพิมพ์สี่เหลี่ยมปรกโพธิ์
                      4. พระพิมพ์เปลวเพลิงใหญ่
                      5. พระพิมพ์เปลวเพลิงเล็ก
                      6. พระพิมพ์ครอบแก้วเล็ก
                      7. พระพิมพ์สี่เหลี่ยมปรกโพธิ์เล็ก
                      8. พระพิมพ์สี่เหลี่ยมปรกโพธิ์เล็ก ครอบแก้ว
                      9. พระพิมพ์ประทานพร หรือปฐมเทศนา
                    10. พระพิมพ์โมคคัลลาน์ - สารีบุตร
                    11. พระพิมพ์ฐานสามชั้น ซุ้มสามเส้น พระสมเด็จปิลันทน์นับเป็นพระยอดนิยมของวงการพระเครื่อง ถูกบรรจุอยู่ในรายการประกวดพระเครื่องประเภทเนื้อผงยอดนิยมทุกงาน ปัจจุบัน พระสมเด็จ วัดระฆัง ที่สร้างโดย สมเด็จพระพุฒาจารย์ ( โต ) เป็นของที่หาได้ยากยิ่ง และมีสนนราคาแพงมาก องค์ละหลายแสนหลายล้านบาท ผู้ที่ไม่สามารถหา พระสมเด็จฯ ( โต ) ได้ก็มักจะหันมาใช้ พระสมเด็จปิลันทน์ แทน เพราะเป็นพระเครื่องที่ สมเด็จฯ โต ปลุกเสกเหมือนกัน พุทธคุณจึงไม่น่าแตกต่างกันมากนัก แต่สนนราคาก็ถูกกว่ากันมากในสมัยก่อน พระปิลันทน์ ราคาไม่แพงนัก  แต่มาชั่วโมงนี้พระปิลันทน์ได้ปรับราคาสูงขึ้นไปมาก  และไม่มีของหมุนเวียนในสนามมากนัก  เท่าที่เห็นก็มีแต่สภาพผ่านการใช้ แถมราคาก็หลักพันปลาย และ หมื่นกว่า  ถ้าสวยๆ ก็หลายหมื่น(พิมพ์ปรกโพธิ์)  และเป็นแสน (พิมพ์ซุ้มประตู)  ถ้านับอายุการสร้างถึงวันนี้ก็เกิน 100ปีไปแล้ว นับเป็นวัตถุโบราณได้เลย  ไม่ว่าพระสมเด็จปิลันทน์ จะผ่านการปลุกเศกจากสมเด็จพุฒาจารย์(โต) หรือไม่ก็ตาม  กระผมก็ยังคิดว่า เป็นพระเครื่องรุ่นเก่าที่น่าบูชาเป็นอย่างมาก  ด้วยเป็นหน่อเนื้อเชื้อสายของวัดระฆัง  ที่สมบูรณ์พร้อมไปด้วยเจตนการสร้าง , มวลสาร และ สมณศักดิ์ของผู้สร้าง  อีกทั้งทางด้านพุทธคุณที่ครบเครื่อง ทั้งเมตตา แคล้วคลาด อุดมลาภ และคงกระพันที่เชื่อได้ ซึ่งพบได้น้อยมากในพระเนื้อผง เห็นไหมครับว่าพระสมเด็จปิลันทน์นั้นดีและมีความเป็นมาอย่างไร ถ้าเราหาพระสมเด็จฯ ของวัดระฆังฯ หรือบางขุนพรหมที่เจ้าประคุณสมเด็จฯ ท่านสร้างไว้ไม่ได้ เราก็ยังมีโอกาสที่จะได้บูชาพระที่มีส่วนผสมมวลสารของเจ้าประคุณสมเด็จฯ และท่านมีส่วนช่วยสร้างด้วย นั่นก็คือพระสมเด็จปิลันทน์ ซึ่งมีด้วยกันหลายพิมพ์ สำหรับผู้ที่เบี้ยน้อยหอยน้อยก็หาพิมพ์ที่ยังไม่แพงมาก เช่น พิมพ์ปรกโพธิ์กรอบกระจกหรือพิมพ์ครอบแก้วเล็ก เป็นต้นพระปิลันทน์ วัดระฆัง  ผู้สร้างคือ 'พระพุทธบาทปิลันทน์' ซึ่งต่อมาได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็น 'สมเด็จพระพุฒาจารย์' มีพระนามเดิมว่า 'หม่อมเจ้าทัด เสนีย์วงศ์' เป็นพระโอรสใน กรมหลวงเสนีย์บริรักษ์ ( พระองค์เจ้าแดง ) ใน กรมพระราชวังบวรสถานภิมุข ( วังหลัง ) ประสูติเมื่อปี พ.ศ. ๒๓๖๔ ในสมัยรัชกาลที่ ๒  หม่อมเจ้าพระสมเด็จพระพุฒาจารย์ ทัด เสนีวงศ์ เป็นเจ้าวังหลัง และทรงอุปสมบทเป็นนาคหลวงที่วัดพระศรีรัตนศาสดาราม เมื่อปี พ.ศ.๒๓๘๕  เจ้าประคุณสมเด็จฯ เป็นพระกรรมวาจาจารย์ ประทับอยู่ที่วัดระฆังฯ และศึกษาพระบาลีปริยัติธรรมกับ เจ้าประคุณสมเด็จฯ โดยตรงมาตั้งแต่ต้นจนได้เปรียญ ๗ ประโยค และเป็นศิษย์ที่ทรงสมณศักดิ์สูงที่สุดของเจ้าประคุณสมเด็จฯ อีกด้วย  ต่อมาได้รับพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ทรงสมณศักดิ์ที่ หม่อมเจ้าพระพุทธุปบาทปิลันทน์ในรัชกาลที่ ๔ อันเป็นสมณศักดิ์ที่ทรงพระราชทานถวายเฉพาะ แด่พระเถระที่เป็นพระราชวงศ์เท่านั้น และทรงสมณศักดิ์สุดท้ายเป็นสมเด็จพระราชาคณะที่ หม่อมเจ้าพระสมเด็จพระพุฒาจารย์ แล้วโปรดให้ไปครองวัดเชตุพนฯ  ต่อมาปี พ.ศ.๒๔๑๓ ได้เป็นเจ้าอาวาสวัดระฆังฯ แทน สมเด็จพระพุฒาจารย์ ( โต พรหมรังสี ) ซึ่งชราภาพแล้ว สมเด็จพระพุฒาจารย์ (ทัด) มรณภาพวันอาทิตย์ที่ ๑๐ มิถุนายน พ.ศ.๒๔๔๓  รวมสิริอายุ  ๗๙ปี ๕๘ พรรษา
        หม่อมเจ้าพระพุทธบาทปิลันทน์  ท่านทรงเป็นศิษย์เอกของเจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ โต พรหมรังสี  ซึ่งท่านได้มีส่วนร่วมในการสร้างพระสมเด็จวัดระฆัง ของเจ้าประคุณสมเด็จฯ  และท่านก็ได้สร้างพระสมเด็จฯ เป็นต้นมา และได้ทรงสร้างพระเครื่องฯ ของท่านขึ้นมาบ้าง  แต่เนื่องจากสมัยก่อนศิษย์มีความเคารพต่ออาจารย์เป็นอย่างยิ่ง  ไม่มีใครคิดทาบรอยเท้าอาจารย์  ทำให้พระสมเด็จปิลันทน์ มีแบบพิมพ์พระที่ไม่เหมือนของอาจารย์ท่านเลยแม้แต่พิมพ์เดียว  การสร้างพระเครื่องสมเด็จพระปิลันทน์ สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในช่วงปี พ.ศ.๒๔๐๗ ขณะดำรงสมณศักดิ์ที่ 'พระพุทธบาทปิลันทน์'  แต่บางข้อมูลก็บอกว่า ท่านสร้างพระเครื่องในปีพ.ศ. ๒๔๑๑ ภายหลังจากที่เจ้าประคุณสมเด็จฯ ได้สร้างพระสมเด็จ มาแล้ว 2 ปี  แต่มิได้ทรงสร้างโดยลำพังพระองค์เดียว หากอาราธนาให้เจ้าประคุณสมเด็จฯ ร่วมสร้างด้วย และขอผงวิเศษห้าประการของเจ้าประคุณสมเด็จฯ มาเป็นอิทธิวัตถุผสมเป็นหลักของมวลสาร  ในช่วงเวลาดังกล่าว สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต) ยังมีชีวิตอยู่ จึงสันนิษฐานว่า เจ้าพระคุณสมเด็จฯ โต จะแผ่เมตตาประกอบพิธีปลุกเสกให้ด้วย  ดังนั้น พระเครื่องฯ ชนิดนี้คนรุ่นเก่าๆ ที่ทราบประวัติการสร้างจึงนิยมเรียกว่า 'พระสองสมเด็จฯ' แต่นักนิยมพระเครื่องทั่วๆ ไปนิยมเรียกว่า 'พระสมเด็จปิลันทน์' เมื่อเจ้าประคุณสมเด็จฯ สิ้นแล้วท่านจึงได้บรรจุพระเครื่องฯ เหล่านี้ไว้ในพระเจดีย์องค์หนึ่ง ซึ่งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของพระอุโบสถ โดยอุทิศส่วนกุศลถวายเจ้าประคุณสมเด็จฯ ผู้เป็นพระอาจารย์  ( บางท่านก็บอกว่าสร้างเมื่อประมาณปีพ.ศ. ๒๔๓๕ )พระสมเด็จปิลันทน์ มีหลายพิมพ์ ล้วนแล้วแต่เป็นฝีมือการแกะแม่พิมพ์ของช่างหลวงทั้งสิ้น  เพราะแต่ละพิมพ์ล้วนมีความงดงามวิจิตรอลังการ  ยากที่ช่างฝีมือชาวบ้านธรรมดาจะทำได้    พระสมเด็จปิลันทน์ เป็นพระเนื้อผงใบลานเผา เนื้อออกสีเทาๆ เป็นส่วนใหญ่ ที่ออกเป็นสีดำก็มีบ้าง และมีเนื้อออกสีขาวอมเหลืองก็มีแต่เป็นส่วนน้อย พระสมเด็จปิลันทน์นั้น มีทั้งแบบฝังกรุ และไม่ฝังกรุ ในส่วนของพระฝังกรุ จะมี คราบกรุ จับบนผิวองค์พระหนาบางไม่เท่ากัน ที่เป็นหย่อมๆ ก็มี  คราบกรุจะเป็นสีขาวนวล สีขาวหม่น และสีน้ำตาล อ่อนบ้างแก่บ้าง บางคนเรียกคราบกรุนี้ว่า “ไข” คล้ายกับ ไขวัว พระองค์ใดมี ไข ที่ว่านี้จะทำให้ดูง่ายยิ่งขึ้น  คราบไขนี้จะแข็งมากซึ่งทำให้ง่ายต่อการพิจารณา  ในพระปลอมไขขาวจะหลุดล่อนง่าย  พระบางส่วนถูกแจกออกไปก่อนที่จะได้บรรจุกรุ  ทำให้พระส่วนนี้จะไม่ปรากฏคราบกรุและคราบไข จะมีบ้างก็น้อยมากเป็นเพียงคราบบางๆ  แต่พระส่วนใหญ่เป็นพระที่ถูกบรรจุไว้ในกรุ  การเปิดกรุ พระเจดีย์กรุพระสมเด็จปิลันทน์ ถูกลักเจาะครั้งแรกในปี พ.ศ.๒๔๗๑ โดยคนร้ายได้พระไปเป็นส่วนน้อย และทางวัดได้ซ่อมอุดช่องเสีย ต่อมาปีก่อนที่จะเกิดกรณีพิพาทอินโดจีนเล็กน้อย กรุนี้ก็ถูกลักเจาะอีก เมื่อกรุแตกมีคนนำพระมาให้พระธรรมถาวร ช่วงพิจารณา ท่านก็จำได้ว่าเป็นพระของหม่อมเจ้าพระพุฒาจารย์ทัด สมัยยังดำรงสมณศักดิ์เป็นหม่อมเจ้าพระพุทธุปบาทปิลันทน์ ได้ทรงสร้างไว้ ทางวัดจึงได้นำพระสมเด็จปิลันทน์ พระเครื่องบางส่วนบรรจุในถุงผ้าดิบส่งมอบให้กระทรวงกลาโหมเพื่อแจกทหารออกศึกตามที่ทางราชการขอมา        พระปิลันทน์เป็นพระที่มีพิมพ์จำนวนมาก แต่จำแนกตามพิมพ์ที่นิยมกันได้ดังนี้
                      1. พระพิมพ์ซุ้มประตู
                      2. พระพิมพ์ครอบแก้วใหญ่
                      3. พระพิมพ์สี่เหลี่ยมปรกโพธิ์
                      4. พระพิมพ์เปลวเพลิงใหญ่
                      5. พระพิมพ์เปลวเพลิงเล็ก
                      6. พระพิมพ์ครอบแก้วเล็ก
                      7. พระพิมพ์สี่เหลี่ยมปรกโพธิ์เล็ก
                      8. พระพิมพ์สี่เหลี่ยมปรกโพธิ์เล็ก ครอบแก้ว
                      9. พระพิมพ์ประทานพร หรือปฐมเทศนา
                    10. พระพิมพ์โมคคัลลาน์ - สารีบุตร
                    11. พระพิมพ์ฐานสามชั้น ซุ้มสามเส้น พระสมเด็จปิลันทน์นับเป็นพระยอดนิยมของวงการพระเครื่อง ถูกบรรจุอยู่ในรายการประกวดพระเครื่องประเภทเนื้อผงยอดนิยมทุกงาน ปัจจุบัน พระสมเด็จ วัดระฆัง ที่สร้างโดย สมเด็จพระพุฒาจารย์ ( โต ) เป็นของที่หาได้ยากยิ่ง และมีสนนราคาแพงมาก องค์ละหลายแสนหลายล้านบาท ผู้ที่ไม่สามารถหา พระสมเด็จฯ ( โต ) ได้ก็มักจะหันมาใช้ พระสมเด็จปิลันทน์ แทน เพราะเป็นพระเครื่องที่ สมเด็จฯ โต ปลุกเสกเหมือนกัน พุทธคุณจึงไม่น่าแตกต่างกันมากนัก แต่สนนราคาก็ถูกกว่ากันมากในสมัยก่อน พระปิลันทน์ ราคาไม่แพงนัก  แต่มาชั่วโมงนี้พระปิลันทน์ได้ปรับราคาสูงขึ้นไปมาก  และไม่มีของหมุนเวียนในสนามมากนัก  เท่าที่เห็นก็มีแต่สภาพผ่านการใช้ แถมราคาก็หลักพันปลาย และ หมื่นกว่า  ถ้าสวยๆ ก็หลายหมื่น(พิมพ์ปรกโพธิ์)  และเป็นแสน (พิมพ์ซุ้มประตู)  ถ้านับอายุการสร้างถึงวันนี้ก็เกิน 100ปีไปแล้ว นับเป็นวัตถุโบราณได้เลย  ไม่ว่าพระสมเด็จปิลันทน์ จะผ่านการปลุกเศกจากสมเด็จพุฒาจารย์(โต) หรือไม่ก็ตาม  กระผมก็ยังคิดว่า เป็นพระเครื่องรุ่นเก่าที่น่าบูชาเป็นอย่างมาก  ด้วยเป็นหน่อเนื้อเชื้อสายของวัดระฆัง  ที่สมบูรณ์พร้อมไปด้วยเจตนการสร้าง , มวลสาร และ สมณศักดิ์ของผู้สร้าง  อีกทั้งทางด้านพุทธคุณที่ครบเครื่อง ทั้งเมตตา แคล้วคลาด อุดมลาภ และคงกระพันที่เชื่อได้ ซึ่งพบได้น้อยมากในพระเนื้อผง เห็นไหมครับว่าพระสมเด็จปิลันทน์นั้นดีและมีความเป็นมาอย่างไร ถ้าเราหาพระสมเด็จฯ ของวัดระฆังฯ หรือบางขุนพรหมที่เจ้าประคุณสมเด็จฯ ท่านสร้างไว้ไม่ได้ เราก็ยังมีโอกาสที่จะได้บูชาพระที่มีส่วนผสมมวลสารของเจ้าประคุณสมเด็จฯ และท่านมีส่วนช่วยสร้างด้วย นั่นก็คือพระสมเด็จปิลันทน์ ซึ่งมีด้วยกันหลายพิมพ์ สำหรับผู้ที่เบี้ยน้อยหอยน้อยก็หาพิมพ์ที่ยังไม่แพงมาก เช่น พิมพ์ปรกโพธิ์กรอบกระจกหรือพิมพ์ครอบแก้วเล็ก เป็นต้น 
 
เพิ่มเติมเพราะศัทธา [125.26.123.xxx] เมื่อ 10/01/2012 20:09
4
อ้างอิง

ผู้นิยมพระเครื่อง
ผมชอบและศรัทธาพระองค์นี้ครับ คราบไขธรรมชาติและสีผิวชัดเจน จะมีวาสนาได้พระแท้ๆขึ้นคอหรือเปล่า พีลงรุปให้ชัดเจนอีกได้ไหมครับสำหรับองค์นี้นะครับ 
 
ผู้นิยมพระเครื่อง [113.53.44.xxx] เมื่อ 17/01/2012 11:04
5
อ้างอิง

พระผู้ชอบ
พิมพิ์นิยมอยากจะบูชาขึ้นคอมากครับ แต่ทำไมตัวเลขมากๆเลยวาสนามีผมคงได้ครับ 
 
พระผู้ชอบ [113.53.43.xxx] เมื่อ 24/01/2012 20:18
6
อ้างอิง

ผู้ศรัทธา
ฝันเห็นหลวงพ่อ พระพุทธบาทปิลันท์องค์นี้ช่างนิมิตหมายดีแท้  ดีพุทธคุณศักดิ์สิทธิ์ขอหลวงพ่อจงคุ้มครอง และให้ร่ำรวยเงินทองอยู่เป็นสุข 
 
ผู้ศรัทธา [125.26.131.xxx] เมื่อ 25/01/2012 15:41
7
อ้างอิง

นิยม

อย่างไรผมก็เคารพนับถือศรัทธาหลวงพ่อ สมเด็จรปิลันท์ (พระสองสมเด้จแห่งวัดระฆัง)ชอบมากครับติดตัวตลอดเวลา  

 
นิยม [182.52.179.xxx] เมื่อ 1/02/2012 08:31
ความคิดเห็นของผู้เข้าชม
ชื่อผู้แสดงความคิดเห็น :
สถานะ : รหัสผ่าน :
ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง :
รหัสความปลอดภัย :